รีวิวฉบับบ้านๆ ที่ไล่ยุงไฟฟ้ารุ่นต่างๆ เพื่อลูกน้อย :)


ตอนนี้พอบรรดาคุณแม่ๆ ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น คุณแฟนผม หรือคุณย่าของลูกผมได้ยินข่าวเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกระบาด หรือยุงลายเริ่มเยอะเนี่ยย ผมจะโดนคำถามทุกครั้งไปว่า....หาอะไรมากันยุงที่บ้านให้ลูกแล้วหรือยัง? ซึ่งแน่นอนว่าถ้าบ้านไหนมีเด็กๆอยู่ที่บ้านด้วยเนี่ย จะใช้สารเคมีอะไรแต่ละทีก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ทำให้วันนี้ผมเลยอยากมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับเจ้าเครื่องไล่ยุงแต่ละรุ่นที่ใช้มามีผลเป็นอย่างไรบ้าง

รีวิวฉบับบ้านๆ ที่ไล่ยุงไฟฟ้ารุ่นต่างๆ เพื่อลูกน้อย
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าไม่ได้รู้ลึก-รู้จริงประหนึ่งเรียนจบกีฏวิทยาจากฮอกวอตส์ ดังนั้นสิ่งที่ผมจะเขียนเล่าให้เพื่อนๆฟังจะเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกเองน่ะครับ! เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปดูกันเลยครับ เย้ๆๆๆ


ที่ไล่ยุงไฟฟ้า ชนิดน้ำ
สำหรับที่ไล่ยุงไฟฟ้าที่ผมใช้บ่อยที่สุด คือ รุ่นที่ไม่มีสายไฟ เป็นรุ่นที่มีขวดน้ำยาติดกับที่เสียบปลั๊กเลยครับ โดยที่ไล่ยุงแบบนี้เคยใช้มา 2 ยี่ห้อครับ มี อาท(ARS) กับ ชิลด์ท้อกซ๊ ทั้งสองรุ่นก็จะเขียนเหมือนกันว่าไร้ควัน โดยแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น มีสวิตช์เปิด-ปิดไหม หรือต้องดึงออกแล้วเสียบปลั๊กทุกครั้งที่ใช้งาน หรือแม้แต่จะมีที่ปรับระดับความแรงของน้ำยา(รุ่นใหม่จะปรับได้)

ผลการใช้งาน
ทั้งสองรุ่นจะได้ผลเหมือนๆกัน คือ ถ้าเปิดให้สักระยะนึง ยุงจะบินหนีกันให้มั่วไปหมด คือ บินประมาณว่ายุงเมา! ซึ่งทำให้เราสามารถจัดการกันพวกมันได้โดยง่ายเลยครับ แต่ทีนี้เรื่องระยะเวลาเนี่ยมันขึ้นอยู่กับขนาดห้องและลมพัดผ่านเยอะไหม ยกตัวอย่างเช่น ชั้นล่างที่บ้านลมพัดดีตลอด ถ้าเปิดแต่ตัวเดียวจะใช้เวลานานมากกว่า 1 ชั่วโมงกว่ายุงจะหายไป แต่ถ้าเปิดสองตัว หน้าบ้านตัว กลางบ้านตัว ไม่เกิน 10 นาทียุงหายหมดครับ(ถ้าจะมียุงก็จะแอบตามซอกตู้ ถ้าเราไม่ไปขยับยุงก็จะไม่ออกมาน่ะครับ)
คำแนะนำ - ไม่ให้ใช้ในห้องปิดที่ไม่มีอากาศถ่ายเทหรือในห้องที่มีเด็กอ่อนหรือผู้ป่วยครับ
ข้อดี
  • ขนาดเล็ก ไม่มีสายไฟเกะกะ
  • ประหยัดไฟครับ ตามฉลากที่เขียนไว้คือ 4 วัตต์ ถ้าเปิดไว้คืนละ 8 ชั่วโมงก็ คืนละ 0.13 บาท เดือนนึงก็ 3 บาทกว่าๆ แต่ผมเปิดวันเสาร์อาทิตย์เป็นส่วนใหญ่ครับ เปิด 24 ชั่วโมงเลย :)
  • รุ่นใหม่ๆจะสามารถเลือกระดับความแรงของน้ำยาได้ครับ (ของผมเป็นรุ่นเก่าน่ะ) ดังนั้นผลลัพธ์คิดว่าจะเร็วกว่าเยอะเลย มี 3 ระดับ คิดว่าถ้าลดราคาจะซื้อมาลอง ฮ่าๆๆๆๆ
  • ราคาถูก - คือผมรอมีโปรโมชั่นน่ะ ซึ่งมีเป็นประจำสลับยี่ห้อไปเรื่อยๆครับ โดยเวลาที่จัดโปรโมชั่นเนี่ย ทั้งเครื่องและน้ำยาแบบ 90 วัน 119 บาท แต่ถ้าขายน้ำยาอย่างเดียวแบบ 90 วัน 109 บาท?! คือ เพิ่มอีก 10 บาทได้เครื่องใหม่ด้วย (บางยี่ห้อก็เป็นน้ำยาแบบ 60 วัน ดูดีๆก่อนซื้อน่ะครับ)
ข้อเสีย
  • เนื่องจากรุ่นนี้ไม่มีสายไฟ ทำให้ตำแหน่งที่สามารถติดตั้งได้จะขึ้นกับปลั๊กไฟที่บ้านเท่านั้น ทำให้หลายๆกรณีมันไม่สะดวกเลยครับ เช่น ห้องครัวยุงเยอะ แต่ปลั๊กไฟมันไปอยู่ใกล้กับที่วางจาน ผมก็ไม่กล้าใช้ซิ เพราะเดี๋ยวน้ำยามันไปติดที่จานชามแล้วมีคนลืมล้างก่อนเอาไปใช้จะไม่ดีเอา หรือปลั๊กไฟใกล้ตู้เย็นก็ไม่อยากใช้ เป็นต้น
  • ห้องขนาดใหญ่ ต้องใช้หลายเครื่องหรือใช้เวลานานมากกว่าจะเห็นผล
  • ต้องดูด้วยว่าน้ำยาหมดหรือยัง คือ บางทีลืมดูครับว่าน้ำยาหมดแล้วผมเปิดไปทั้งๆที่ไม่มีน้ำยานั่นล่ะ แล้วก็บ่นว่า ไม่เห็นไล่ยุงเลย! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

ที่ไล่ยุงไฟฟ้า ชนิดแผ่น
สำหรับรุ่นนี้ผมรู้สึกว่าผลลัพธ์เหมือนกับชนิดน้ำเลยครับ ดังนั้นไปอ่านผลลัพธ์กันได้ที่ด้านบนเลย แล้วรุ่นนี้ก็เช่นเดียวกันน่ะครับ คือ ไม่ให้ใช้ในห้องปิดที่ไม่มีอากาศถ่ายเท หรือห้องเด็กอ่อน, ผู้ป่วย
ข้อดี
  • ย้ายที่วางได้ง่ายมาก เพราะมีสายไฟ ทำให้บ้านไหนที่มีตำแหน่งปลั๊กไฟใกล้ๆอาหารหรือที่วางจาน สามารถใช้รุ่นนี้ได้
ข้อเสีย
  • กินไฟมากกว่าชนิดน้ำครับ จากฉลาก(หารูปไม่เจอว่าเก็บไว้ไหน) จะกินไฟที่ 5 วัตต์ครับ
  • สายไฟ....บางคนอาจจะคิดว่าเกะกะครับ
เครื่องดูดยุง/เครื่องจับยุง
รุ่นนี้ผมขอยืมญาติมาทดลองใช้งานครับ ไม่อยากเสียเงินทดลองเอง อิอิ เครื่องนี้เคยไปถามพนักงานขาย....เขาบอกว่า ใช้ในห้องนอนได้! แต่ผมไม่กล้าลองเพราะลูกอยู่ด้วย ดังนั้นห้องที่เปิดใช้งานคือ ห้องนั่งเล่นครับ ซึ่งยุงเยอะมากกกกกก

ผลการใช้งาน
ดูดทั้งยุง ดูดทั้งเด็กซน คือ ถ้าเปิดเครื่องไว้แล้วคุณลูกเห็นล่ะก็ อยากรู้มากกกกกกกก "อะไรง่ะ อะไรง่ะ อะไรง่ะ" ถามไม่หยุดเลย!!!! แล้วก็จะพยายามเอาของเล่น ไปใส่เครื่อง......ยังพยายามเทแป้งใส่ด้วย -*- ส่วนเรื่องดูดยุงไหม คำตอบคือ ดูดยุงได้ ถ้าไม่มีคนอยู่!!! อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวน่ะ ถ้ามีคนนั่งในห้องนั่งเล่นเนี่ย รู้สึกเหมือนยุงจะมาหาคน มากกว่าไปหาเครื่องดูด แต่ถ้าเราเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนเลย อีกวันจะไม่มียุงเลย อันนี้เจ๋งมากขอบอก
ข้อดี
  • ไม่ต้องมานั่งค่อยดูว่าน้ำยาหมดแล้วหรือยัง อันนี้ดีจริงๆน่ะ
  • ไม่ต้องเสียตังค์ไปซื้อน้ำยามาเติม จ่ายค่าเครื่องครั้งเดียวจบ (แต่มีค่าไฟด้วยน่ะ)
  • ไม่มีสารเคมี เข้าใจว่าปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาล่อเม่าให้ไปติดหุ้น เฮ้ยผิดๆ ล่อยุงครับ ล่อยุงครับ ฮ่าๆๆๆๆ
ข้อเสีย
  • กินไฟกว่าเครื่องไล่ยุงชนิดน้ำและชนิดแผ่นแน่นอน แต่จะกินไฟเท่าไรขึ้นอยู่ยี่ห้อและรุ่นที่คุณซื้อครับ ที่ผมใช้ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 30 วัตต์ครับ
  • ลูกชอบไปเล่นใกล้ๆเครื่อง แล้วก็ไม่รู้จะวางแอบไว้ที่ไหน ขนาดเครื่องมันใหญ่น่ะ
  • แพง ถ้าเกิดว่ายุงที่บ้านคุณไม่ถูกดูดเนี่ย มันดูดเงินคุณไปแล้วน่ะ เครื่องดูดยุงยี่ห้อดังๆที่หลายคนบอกว่าได้ผลจริงเครื่องนึง สามพันกว่าบาทน่ะพี่น้อง!!!! ราคาเต็มคือ 3,900 บาท แพงจริง แพงจัง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
โดย buildsweethome.blogspot.com
สรุป
หลังจากใช้งานมาหลากหลายรุ่น ตอนนี้ผมใช้ที่ไล่ยุงชนิดน้ำครับ เพราะเครื่องขนาดเล็ก สามารถซ่อนจากสายตาคุณลูกได้ง่าย กินไฟน้อย เปิดทิ้งไว้ทั้งคืนก็ไม่เสียดายค่าไฟ แล้วเกิดเครื่องพังก็ซื้อใหม่เลยครับ เพราะว่าเครื่องรุ่นนี้มันจัดโปรโมชั่นเรื่อยๆ ยี่ห้ออะไรก็ได้ ยี่ห้อไหนมันลดราคาผมก็ซื้อยี่ห้อนั้นล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ส่วนเครื่องไล่ยุงไฟฟ้าแบบแผ่นเก็บไปเลย แล้วเครื่องดูดยุงน่ะเหรอ....เห็นคราบแป้งไหมครับ ผมคิดว่า ถ้าซื้อมาใช้เครื่องมันคงจะพังจากของเล่นกับแป้งที่คุณลูกพยายามเอาไปเทใส่ครับ และทั้งหมดที่เขียนมาก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ แล้วเพื่อนๆมีประสบการณ์อะไรมาเล่าให้ฟังกันได้เลยครับผม ขอบคุณมากๆครับ
Advertisements

Build Sweet Home © 2016 All rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาเว็บไซต์ ห้ามคัดลอก เผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต | Theme by Templateism