รีวิว กาต้มน้ำไฟฟ้า 3 รุ่น ตั้งแต่ 299 จนถึงเกือบ 2,000!!!


กาต้มน้ำไฟฟ้าจริงๆแล้วมันควรจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ได้นานๆ ราคาไม่ควรต่างกันมาก เพราะหลักการทำงานก็มีแค่ต้มน้ำให้เดือดแค่นั้น แต่กลายเป็นว่า... บางรุ่นมันก็ถูกสุดๆ บางรุ่นก็แพงมากๆ ทีนี้คุณอยากรู้ไหมครับ ว่าทำไมมันถึงต่างกัน? ซึ่งวันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงกาต้มน้ำไฟฟ้า 3 รุ่นที่ผมเคยใช้ มาดูกันเลย

รีวิว กาต้มน้ำไฟฟ้า 3 รุ่น ตั้งแต่ 299 จนถึงเกือบ 2,000!!!
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กาต้มน้ำทั้งหมดผมจ่ายตังค์เอง และการรีวิวครั้งนี้ก็จะเล่าตามความเข้าใจส่วนตัว อารมณ์และความรู้สึกล้วนๆๆ ย้ำว่าล้วนๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ มาดูก่อนเลยครับ

กาต้มน้ำ OTTO รุ่น PT-103
ตอนที่ซื้อกาต้มน้ำรุ่นนี้ก็เป็นเพราะว่าที่บ้านมีสมาชิกเพิ่ม(ลูกผมเองครับ อิอิ) ซึ่งแน่นอนว่าการดูแลเด็กแรกเกิดและคุณแม่ที่เพิ่งคลอดนั้น ต้องใช้น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือใช้น้ำร้อนไปผสมกับน้ำอาบน้ำ ดังนั้นผมเลยตัดสินใจไปซื้อกาต้มน้ำมาครับ โดยเลือกกาต้มน้ำไฟฟ้าถึงแม้ ญาติๆ จะยกกาต้มน้ำแบบเตาแก๊สมาให้ถึง 2 ใบก็ตาม ราคาย้อนกลับไปเมื่อ.... หลายปีที่แล้วก็คือ 299 บาท

เดือนแรกร้อนเร็ว ทันใจมาก
ช่วงสัปดาห์แรกๆที่ซื้อมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นตัวผมเอง หรือตัวคุณย่าที่มาช่วยดูหลานก็บอกตรงกันว่า น้ำเดือดเร็วทันใจมาก แต่.... พอใช้ไปสัก 1 เดือนเท่านั้นล่ะ ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการต้มน้ำก็นานขึ้นเรื่อยๆ คือ ค่อยๆเพิ่มทีละนิดๆ จนผ่านไป 1 ปี รู้สึกเลยว่า มันต้มนานกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า ทั้งตัวผม ตัวคุณแม่ คุณย่า ก็บอกตรงกันว่า มันนานกว่าตอนแรกมากๆ ไม่ว่าจะทำความสะอาดแผ่นทำความร้อนก็ไม่ช่วยให้ต้มน้ำเร็วขึ้นแต่อย่างใด ถึงกระนั้นทุกคนก็ยังรู้สึกดีรุ่นนี้ครับ เพราะซื้อมาแค่ 299 บาท จะเอาอะไรอีก!

ข้อดี
* ราคาถูก (แนะนำให้รอซื้อตอนลดราคา)
* ช่วงแรกที่ซื้อมาร้อนเร็วสุดๆ
* เห็นระดับน้ำชัดเจนจากด้านนอก
* มีตัวกรอง
ที่กรองตรงนี้จะช่วยให้มดไม่สามารถเดินเข้าไปได้ ตอนเราตั้งทิ้งไว้รอให้น้ำเย็น
ข้อเสีย
* เป็นสีขาว เลอะง่าย ถ้าเทชงกาแฟจะเห็นรอยชัดเลย ในรูปก็แอบเห็นอยู่ ฮ่าๆๆๆๆ
* ยิ่งใช้นาน เวลาที่ทำให้น้ำเดือดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแปลว่าค่าไฟเพิ่มด้วย


กาต้มน้ำ OTTO รุ่น PT-104
หลังจากที่ประทับใจกับ OTTO ไปแล้ว รุ่นต่อมาก็รอให้ OTTO ลดราคาอีกครับ และก็ได้เจ้ารุ่นนี้มาในราคา 299 บาทเท่ากัน แต่..... ทำไมมันกลายเป็นหนังคนละม้วนก็ไม่รู้?! คือ รุ่นนี้จะเติมน้ำได้น้อยกว่า ทำให้กินไฟน้อยกว่าด้วยครับ ส่วนระยะเวลาการทำให้น้ำเดือดก็จะเหมือนกับรุ่นที่แล้วคือ สัปดาห์แรกเร็วประหนึ่งเร็วไฟผ่า พอเดือนต่อมานานกว่าเดิมเกือบนาที!

แต่สิ่งทำให้ผมไม่ชอบใจรุ่นนี้เอาซะมากๆเลยมันมีหลายเรื่องมากๆ คือ อาจจะตั้งความหวังไว้ให้คล้ายๆกันรุ่นเดิม แต่พอใช้งานจริงๆกลับเจอข้อเสียเยอะมาก


ระดับน้ำมองยากมาก ถึงมากที่สุด ถึงมองไม่เห็นเลย
สังเกตดีๆจะเห็นคำว่า MAX อยู่ ต้องดูจากด้านในเท่านั้น
* มองไม่เห็นระดับน้ำ - บางคนอาจจะบอกว่า เฮ้ย ก็มีเส้นบอกระดับน้ำอยู่ตรงที่จับไง! แต่ในความเป็นจริง... มันมองไม่เห็นครับ ลองดูจากด้านในดูน่ะ จะเห็นว่ามันไม่มีทางเห็นระดับน้ำจากด้านนอกได้เลย ต้องดูเฉพาะด้านใน แล้วถ้าเกิดเติมน้ำเกินล่ะ?! มันก็จะเดือนจนล้นออกมาเยอะมากครับ เหอะๆ

* ไม่สามารถต้มน้ำติดต่อกันได้ - คือ หลายๆครั้งผมต้องการใช้น้ำร้อนๆ 2 กา ถ้าคุณจะต้มน้ำต่อกันเลยเนี่ย มันจะไม่ทำงาน คือ ปุ่มจะตัดไปที่ปิดทันที ต้องรอให้เครื่องเย็นก่อน... ประหนึ่งคุณโดนสะบัดบ๊อบใส่ เมินคุณซะเฉยๆ ฮ่วย!!! ซึ่งรุ่นที่แล้วก็เป็นน่ะ แต่รุ่นนี้เป็นหนักกว่า คือ ต้องรอให้เย็นนานกว่ามากๆๆๆๆๆ เช่น ต้องรอเกือบ 10 นาที ทั้งๆที่รุ่นเก่ารอ 1 - 2 นาทีก็พอ

* ที่จับกาต้มน้ำ... มันร้อนมือ - ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า บางทีผมก็อยากทำกาแฟดริปทานเองแบบชาว slow life กันเขาบ้าง แต่ทีนี้ถ้าคุณต้องถือเจ้ากาต้มน้ำรุ่นนี้นานๆ มันจะร้อนฝ่ามือมากขึ้นเรื่อยๆครับ เซ็งมาก รุ่นที่แล้วก็ไม่เป็นอีกเช่นกัน

สรุปเลยแล้วกัน
ข้อดี
* ราคาถูก 299 ซึ่งลดราคากันอยู่บ่อยๆตามโลตัส
* เช็ดล้างง่าย เพราะไม่ใช่พลาสติก
* มีที่แขวนถุงชามาให้พร้อม

ข้อเสีย
* มองไม่เห็นระดับน้ำจากด้านนอก
* ที่จับกาต้มน้ำจะร้อน ถ้าถือเทนานๆ
* ไม่สามารถต้มน้ำติดต่อกันได้ ต้องรอให้เย็นก่อน
* ยิ่งใช้ยิ่งเสียเวลาในการทำให้น้ำเดือด


กาต้มน้ำ Electrolux รุ่น EEK5604S
หลังจากใช้กาน้ำ OTTO ตัวใหม่ได้แค่ไม่กี่เดือนก็ทนไม่ไหวแล้ว เพราะมันร้อนมือ แถมยังเริ่มใช้เวลาเดือดนานขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดความเริ่มรู้สึกว่าอยากจะลงทุนไปใช้ของดีๆสักครั้ง เพราะซื้อของถูกๆ ใช้อีกอย่างมากก็ 1-2 ปี ก็ควรเปลี่ยนใหม่แล้ว ไม่งั้นจะไม่คุ้มค่าไฟที่ต้องเสียเวลาต้มน้ำแล้ว ดังนั้นจึงเป็นที่มาของกาต้มน้ำไฟฟ้าสุดเทพรุ่นนี้ครับ เทพจริงเทพจัง ราคาก็เทพ เพราะราคาปกติจะอยู่ที่ 2,000 ทอน 10 บาท (1,990 บาท) ผมก็รอให้ลดราคาอยู่นาน ก่อนจะได้อยู่ที่ราคา 1,590 บาท

ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
กาต้มน้ำไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ สามารถตรวจสอบความประหยัดไฟได้จากฉลากและจากเวปไซต์กฟฝ. โดยรุ่น EEK5604S รุ่นนี้ไม่ได้เป็นรุ่นที่ประหยัดไฟมากที่สุด แต่ก็ประหยัดในระดับต้นๆแล้วสำหรับกาต้มขนาด 1.5 ลิตรแล้ว โดยรุ่นที่ประหยัดไฟมากที่สุดขนาด 1.5 ลิตร คือ TEFAL รุ่น KO370 ครับ ถ้าคำนวณจริงๆ ค่าไฟต่อปีจะต่างกันประมาณ 10 บาท แต่ราคาตอนซื้อนี้ซิ! ต่างกันเป็นร้อย (ดูราคากับโปรโมชั่นตอนที่ซื้ออีกทีน่ะ)

ถ้าอยากรู้ว่ารุ่นไหนประหยัดมากน้อยแค่ไหน ไปดูรายละเอียดจากเวป กฟผ. ได้เลยครับ
สีแดงคือ รุ่นที่กำลังรีวิวครับ

ขอบอกเลยว่านี้เป็นกาต้มน้ำที่แพงที่สุดที่เคยซื้อมาใช้เอง ราคานี้คุณสามารถซื้อ OTTO ได้ถึง 5 เครื่อง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่แน่นอนว่ามันต้องแตกต่างกันซิ งั้นเรามาดูความแตกต่างกันเลย

มองเห็นระดับน้ำชัดเจนมาก มีแท่งนำความร้อน ที่ทำให้น้ำร้อนเร็วขึ้น และร้อนอย่างทั่วถึง
ร้อนเร็วทันใจ - ทีนี้กาต้มน้ำไฟฟ้าของแพงจะมีการต้มที่ต่างกันแล้วครับ โดยกาน้ำรุ่นถูกจะทำให้น้ำร้อนจากแผ่นทำความร้อนที่ด้านล่างอย่างเดียว แต่สำหรับรุ่นนี้จะมีแท่งนำความร้อนเพิ่ม ดังนั้นการร้อนของน้ำจะเร็วกว่า และเดือดอย่างทั่วถึงกว่า อันนี้จับเวลาเลย น้ำ 1.5 ลิตรเดือดในเวลา 3 นาที 45 วินาที แล้วต้มกาที่สองต่อเลยก็จะเร็วขึ้นไปอีก เพราะความร้อนยังคงเหลืออยู่ในแท่งนำความร้อนและกา

ฐานตั้งจะไม่เรียบน่ะ
ฐานรองมั่นคงกว่า - ถ้าลองไปรูปรุ่นอื่นๆข้างบน คุณจะเห็นว่าฐานรองจะเรียบ โดยมีเฉพาะตัวเสียบจ่ายไฟที่สูงขึ้นมา แต่สำหรับกาต้มน้ำรุ่นนี้จะมีลักษณะคล้ายเนินเขา ทำให้การวางนั้นมั่นคงกว่าเยอะครับ

แสงไฟจากสวิทซ์สวยมาก ตอนตี 5 มาต้มน้ำกดเปิด ดูสวยดีครับ ฮ่าๆๆ
เปิดฝาได้ไม่ร้อนมือ - สำหรับรุ่นนี้ปุ่มที่คุณเห็นด้านบนจะเป็นปุ่นสำหรับเปิดฝากาต้มน้ำ ซึ่งการออกแบบให้ปุ่มมันอยู่นี้จะทำให้คุณไม่ต้องกลัวว่า เปิดฝาแล้วจะร้อนมือ ซึ่งของ OTTO จะร้อนมือแน่นอนครับ ส่วนสวิทซ์เปิด-ปิดจะอยู่ด้านล่างครับ มีไฟดูไฮโซสุดๆ ฮ่าๆๆๆๆ

ต้มติดต่อกันได้เลย - หนึ่งในเหตุผลที่ไม่อยากใช้กาต้มน้ำตัวเก่าก็คือ มันต้มน้ำต่อๆกันไม่ได้ แต่สำหรับรุ่นแพงๆแบบนี้แล้ว จะกดต้มอีกกี่ทีมันก็พร้อมจะทำงานและรับใช้คุณอยู่เสมอครับ
* เพิ่งซื้อมาไม่นาน ยังไม่สามารถตอบให้ได้ว่า หลังจากนี้สัก 1 ปีจะใช้เวลาต้มน้ำนานขึ้นไหม เดี๋ยวไว้มาอัพเดตให้ฟังแล้วกันเนอะ

สรุปง่ายๆ
ข้อดี
* เปิดฝาได้แม้แต่ตอนที่น้ำร้อน ก็ไม่ร้อนมือ
* ต้มต่อกันได้เลย ไม่ต้องรอ
* น้ำเดือดเร็วขึ้นมากๆ
* สวย เท่ห์ ไฮโซ

ข้อเสีย
* แพง
* แพงง่ะ
* ก็แพงอีกนั่นล่ะ ต้องรอให้ลดราคา


วิธีป้องกันคราบตะกรัน จุดเล็กๆ
Tip ดูแลกาต้มน้ำ
สิ่งหนึ่งกาต้มน้ำมักจะเป็นกันก็คือ มีคราบตะกรันเล็กๆที่แผ่นทำความร้อน ซึ่งการดูแลกาต้มน้ำไฟฟ้าที่พนักงานขายเป็นคนแนะนำเองก็คือ ให้เราเหลือน้ำร้อนหลังจากต้มไว้เล็กน้อย คอยหล่อแผ่นทำความร้อนไว้ รอจนน้ำเย็นก่อนแล้วค่อยเททิ้ง แบบนี้จะไม่เกิดคราบตะกรันครับ (กำลังทำแบบนี้อยู่ ไว้ 6 เดือนจะบอกอีกทีว่าจริงไหม ฮ่าๆๆๆ)
โดย buildsweethome.blogspot.com
ตอนนี้ที่บ้านผมก็มีกาต้มน้ำแค่ 3 รุ่น ก็เลยรีวิวให้ได้แค่นี้ครับ ถ้าเพื่อนๆมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม มาแชร์กันได้เลยครับ ขอบคุณครับ
Advertisements

Build Sweet Home © 2016 All rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาเว็บไซต์ ห้ามคัดลอก เผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต | Theme by Templateism